ในยุคที่โซเชียลมีเดียกลายเป็นสนามแข่งขันหลักของทุกแบรนด์ หลายธุรกิจให้ความสำคัญกับยอดไลค์ ยอดแชร์ หรือคอมเมนต์ เพราะเห็นว่าเป็นตัวชี้วัดความนิยมในโลกออนไลน์ แต่ถ้าคุณต้องการผลลัพธ์ที่จับต้องได้จริง เช่น ยอดขายที่เติบโต หรือลูกค้าใหม่ที่เพิ่มขึ้น จึงเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญกว่าเพียงแค่ตัวเลขความนิยม เพราะมันสะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพของแคมเปญและประสิทธิภาพของช่องทางการตลาดอย่างแท้จริง
คืออะไร (แบบเข้าใจง่าย ไม่มีศัพท์เทคนิค)
คือ อัตราส่วนของจำนวนคนที่ทำ “สิ่งสำคัญที่ธุรกิจต้องการ” (เช่น ซื้อสินค้า สมัครสมาชิก กรอกฟอร์ม ลงทะเบียน) เทียบกับจำนวนคนทั้งหมดที่มองเห็นหรือมีส่วนร่วมกับคอนเทนต์/เว็บไซต์ของคุณ
พูดง่ายๆ คือ ใน 100 คนที่เห็นโฆษณาหรือเข้ามาในเว็บไซต์ของคุณ มีกี่คนที่ทำตามเป้าหมายที่เราวางไว้จนสำเร็จ
สูตรการคำนวณก็ตรงไปตรงมา:
Conversion Rate = (จำนวน Conversion / จำนวนผู้เข้าชมทั้งหมด) x 100%
เช่น เข้าชมเว็บไซต์ 1,000 คน สั่งซื้อ 20 คน คิดเป็น Conversion Rate 2% เป็นต้น
“Conversion” ไม่ได้แปลว่า “การซื้อ” เสมอไป แต่มันคือ “การกระทำที่สำคัญ” ที่เราตั้งเป้าหมายไว้ ซึ่งอาจแตกต่างกันไปในแต่ละธุรกิจ เช่น:
- ธุรกิจ E-commerce: การสั่งซื้อสินค้าสำเร็จ
- ธุรกิจบริการ/B2B: การกรอกฟอร์มติดต่อกลับ, การดาวน์โหลดโบรชัวร์
- ธุรกิจให้ความรู้: การสมัครรับข่าวสารทางอีเมล (Newsletter)
- ธุรกิจแอปพลิเคชัน: การดาวน์โหลดและติดตั้งแอป
- ธุรกิจจัดอีเวนต์: การลงทะเบียนเข้าร่วมงานสัมมนา
ตัวอย่าง: ถ้ามีคนเข้าเว็บไซต์ของคุณ 1,000 คน และมีคนสั่งซื้อสินค้าสำเร็จ 20 คน

ยอดไลก์ vs. Conversion Rate ความแตกต่างระหว่าง “ภาพลวงตา” กับ “ความจริง”
ยอดไลค์, คอมเมนต์, หรือยอดแชร์ เราเรียกรวมๆ ว่าเป็น “Vanity Metrics” คือตัวเลขที่ทำให้เรารู้สึกดี แต่ไม่ได้สะท้อนสุขภาพทางการเงินของธุรกิจโดยตรง เหมือนมีคนมายืนมุงดูหน้าร้านเยอะๆ แต่ไม่มีใครเดินเข้ามาซื้อของเลย
ในทางกลับกันมันคือ “Business Metric” หรือตัวชี้วัดทางธุรกิจโดยแท้จริง เพราะมันเชื่อมโยงโดยตรงกับเป้าหมายที่สร้างรายได้หรือโอกาสในการขาย
เหตุผลว่าทำไมสำคัญกว่ายอดไลค์?
1. มันวัด “ผลลัพธ์” ไม่ใช่แค่ “ความรู้สึก” ยอดไลค์บอกเราว่าคอนเทนต์ของเรา “น่าสนใจ” หรือ “น่าสนุก” แต่จะบอกเราว่าคอนเทนต์และเว็บไซต์ของเรา “มีประสิทธิภาพในการโน้มน้าวใจคน” ได้จริงหรือไม่ ซึ่งนี่คือสิ่งที่ธุรกิจต้องการ
2. มันบอกได้ว่า “ต้องแก้ไขอะไร” ถ้าโพสต์ของคุณได้ยอดไลค์เป็นพัน แต่ไม่มีใครคลิกไปที่เว็บไซต์เลย (เท่ากับว่าเป็น 0%) ปัญอาจอยู่ที่ “Call-to-Action” (คำกระตุ้นให้ดำเนินการ) ของคุณไม่ชัดเจน ถ้าคนคลิกเข้าเว็บไซต์เยอะ แต่ไม่มีใครซื้อเลย ปัญหาอาจอยู่ที่หน้าสินค้าของคุณซับซ้อนเกินไป, ราคาไม่น่าดึงดูด, หรือขั้นตอนการชำระเงินยุ่งยาก ดังนั้นจึงเป็นเครื่องมือวินิจฉัยปัญหาในเส้นทางของลูกค้า (Customer Journey) ที่ดีที่สุด
3. มันทำให้คุณใช้เงินโฆษณาได้คุ้มค่าที่สุด (เพิ่ม ROI) สมมติคุณใช้งบยิงแอด 1,000 บาท ได้มา 5,000 ไลค์ แต่ไม่มีคนซื้อเลย เทียบกับอีกแคมเปญที่ใช้งบเท่ากัน ได้มาแค่ 200 ไลค์ แต่เกิดการสั่งซื้อ 10 ครั้ง แบบไหนที่คุ้มค่ากว่ากัน? การโฟกัสที่การเพิ่มจะทำให้เงินทุกบาทที่คุณจ่ายไปสร้างผลตอบแทนกลับมาได้สูงสุด
จะเริ่มวัด และปรับปรุงได้อย่างไร?
- กำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน: เลือกการกระทำที่สำคัญที่สุด 1 อย่างที่คุณอยากให้ลูกค้าทำบนเว็บไซต์หรือ Landing Page ของคุณ
- ติดตั้งเครื่องมือวัดผล:
- Google Analytics: คือเครื่องมือพื้นฐานและจำเป็นที่สุดสำหรับทุกเว็บไซต์ คุณสามารถตั้งค่า “Goals” เพื่อติดตาม Conversion ได้
- Facebook Pixel / TikTok Pixel: หากคุณยิงโฆษณาบนโซเชียลมีเดีย การติดตั้ง Pixel เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อวัดผลว่าโฆษณานั้นสร้าง Conversion ได้จริงหรือไม่
- วิเคราะห์และทดลอง (A/B Testing): ลองเปลี่ยนองค์ประกอบบางอย่างบนหน้าเว็บ เช่น เปลี่ยนสีปุ่ม “สั่งซื้อ”, เปลี่ยนข้อความพาดหัว, หรือเปลี่ยนรูปภาพสินค้า แล้วดูว่าเวอร์ชันไหนให้ดีกว่ากัน
บทสรุป
การไล่ตามยอดไลค์ก็เหมือนการกินขนมหวาน มันให้ความสุขชั่วครู่แต่ไม่ได้ให้สารอาหารที่จำเป็นต่อการเติบโต แต่การให้ความสำคัญกับ Conversion Rate ก็เหมือนกับการกินอาหารที่มีประโยชน์ มันอาจจะไม่ได้น่าตื่นเต้นเท่า แต่เป็นสิ่งที่สร้างความแข็งแกร่งและนำไปสู่การเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืน
ถึงเวลาแล้วที่เจ้าของธุรกิจจะเปลี่ยนคำถามจาก “ทำยังไงให้คนไลค์เยอะๆ?” ไปเป็น “ทำยังไงให้คน 100 คนที่เข้ามา ซื้อของ/ลงทะเบียน/ติดต่อเรา มากขึ้นกว่าเดิม?”
พร้อมเริ่มต้นเส้นทางธุรกิจคลินิกแบบมืออาชีพกับ Fast b Skills!
ในคอร์ส “เจาะธุรกิจพิชิตยอดขายคลินิก” เราเริ่มสอนตั้งแต่การเข้าใจลูกค้า การตลาดออนไลน์ ยิงแอดหาเป้าหมายจริง การทำคอนเทนต์ให้ขายได้ ปิดการขายอย่างมือโปร ไปจนถึงงานดูแลลูกค้าหลังการขาย
ซื้อวันนี้ รับฟรี! บทโบนัส “ข้อกฎหมาย การซื้อยา การจ้างหมอ และการบริหารบุคลากรคลินิก” ที่เจ้าของคลินิกมือใหม่ต้องรู้
ราคาพิเศษ 5,900 บาท ถึงสิ้นเดือนนี้เท่านั้น! สามารถไปดูคอร์สได้ ที่นี่
สมัครตอนนี้ เปลี่ยนธุรกิจคลินิกของคุณให้โตอย่างยั่งยืน!
สนใจรับคำปรึกษาหรือให้ทีม Fast B Marketing ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจคลินิกของคุณ? ติดต่อทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดคลินิกโดยตรงได้ที่ 👉 fast b marketing เราพร้อมให้คำปรึกษา ช่วยวางกลยุทธ์และดูแลทุกองศาการตลาดธุรกิจคลินิกของคุณ!